รางวัลแห่งความพยายาม

7 ก.พ.

  รางวัล คือ สิ่งของที่ได้รับตอบแทนจากการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จลุล่วงและสมบูรณ์ดีเยี่ยมที่สุด รางวัลก็เหมือนกับของที่คอยให้กำลังใจเรา เพราะว่าเรามีจุดหมาย เราก็จะมีกำลังใจพยายามทำสิ่งต่าง ๆ อย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว ! สวัสดีจ้า วันนี้ผมจะมานำเสนอรางวัลโครงงานของห้องผมครับ ^^ ในระดับชั้นม.3 ห้องผม 3/3 ได้รับรางวัลชนะเลิศของระดับชั้น ซึ่งชื่อเรื่องของโครงงานคือ “ลูกเดือยจักรพรรดิ์” เป็นโครงงานที่ศึกษาเกี่ยวกับลูกเดือยครับ ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ สรรพคุณ วิธีการเพราะปลูก และการเจริญเติบโตของลูกเดือย ซึ่งห้องผมนั้นได้นำข้อดีของลูกเดือยมาทำน้ำลูกเดือยขึ้น ซึ่งทำกันเองเลย ต้มกันเองสด ๆ เลย แต่น้ำลูกเดือยนั้นไม่ค่อยมีรสชาติครับ ห้องผมก็เลยใส่เครื่องปรุงคือน้ำตาลลงไป เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย กลมกล่อม ^^ ในวันโครงงานน้ำลูกเดือยของเราขายดีพอสมควร-มากเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราห้องม.3/3 ก็มีอาชีพเสริมไปโดยปริยาย นั่นก็คือ “การขายเสื้อทวีธา 113” ซึ่งพวกเราห้องม.3/3 จัดทำกันขึ้นเอง ราคาตัวละ 149 บาท ในช่วงแรกก็ขายกันออกดี แต่พอมากลาง ๆ ก็เริ่มจะขายกันไม่ออกแล้ว ไม่ใช่ว่าเสื้อไม่ดีนะครับ แต่ราคาแพงไปนิดนึง :p จึงขายกันไม่ค่อยได้ แต่พอใกล้จะจบงานสินค้าเราก็ขายดีพอสมควร จนถึงตอนนี้เสื้อของเรายังเหลืออยู่อีก 40 ตัว มี Size M , L เหลืออยู่ 2 Size ครับ ถ้าใครที่ยังไม่มีเสื้อทวีธารุ่น 113 แล้วละก็ อย่าลืมมาอุดหนุนนะครับ สั่งซื้อได้ที่ห้องม.3/3ครับ หมดแล้วหมดเลยนะครับ มีจำนวนจำกัด 🙂

Advertisements

ผาสามเงา

6 ก.พ.

  สวัสดีครับ ! วันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งนะครับ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดตาก สถานที่ท่องเที่ยวนั้นคือ “ผาสามเงา” ผมก็ไม่ค่อยทราบรายละเอียดมากนักหรอกนะครับ แต่ก็ยังหาข้อมูลมาฝากอีกเช่นเคย
       ผาสามเงา อยู่ในตำบลย่านรี จากอำเภอเมือง ใช้เส้นทางหมายเลข 1107  (เจดีย์ยุทธหัตถี – เขื่อนภูมิพล)  ผ่านทางแยกไปเจดีย์ยุทธหัตถีประมาณ 25 กิโลเมตร  หรือถ้าใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกิโลเมตรที่ 463 จะมีทางแยกซ้ายเข้าเขื่อนภูมิพลไปประมาณ 10 กิโลเมตร  ถึงอำเภอสามเงา ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำปิง  จะมองเห็นขุนเขาใหญ่ลูกหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า “ผาสามเงา”  เพราะเป็นที่เชิงเขาริมหน้าผานั้นเจาะเป็นช่องลึกเข้าไปในเนื้อภูเขาเรียงกัน 3 ช่อง 
       ประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองช่องละองค์ มีบันไดไม้ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปได้จากตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.1206 มีพระฤาษีสององค์สร้างเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) และให้คนมาทูลเชิญราชวงศ์กษัตริย์จากเมืองละโว้หรือลพบุรีในปัจจุบัน ไปครองเมืองหริภุญชัย พระนางจามเทวี ได้รับมอบหมายให้ไปครองเมืองตามคำเชิญ พระนางจึงเสด็จมาทางชลมารค ขึ้นมาตามลำน้ำปิง         ปรากฏว่าเมื่อมาถึงบริเวณหน้าผาแห่งนี้เกิดเหตุมหัศจรรย์มีฝนและพายุใหญ่พัดกระหน่ำจนเรือไม่สามารถแล่นทวนน้ำขึ้นไปได้และปรากฏเงาพระพุทธรูปสามองค์ที่หน้าผาริมน้ำปิงแห่งนี้ พระนางจึงสั่งให้เจาะหน้าผาและสร้างพระพุทธรูปบรรจุไว้ในช่อง ช่องละองค์ ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาสามเงา” สืบมา ใครที่ชอบท่องเที่ยว หรือตอนนี้กำลังหาที่เที่ยวแล้วละก็ลองไปเที่ยวผาสามเงาก็ได้นะครับ 🙂

พระธาตุพนม

5 ก.พ.

  เธอก็มีกระเป๋า และฉันก็มีกระเป๋า
จะรอให้คนเขายืมทำไม
เก็บฝันที่เรามี ใส่กระเป๋าของเราไป
ไปเที่ยวในเมืองไทยกันไหม ในบ้านของเราเอง
(ขอขอบคุณ เพลงไปเที่ยวกัน ของเบิร์ด ธงไชย)
  สวัสดีจ้า ! วันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งนะครับ สถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ใครหลาย ๆ คนก็รู้จัก แต่อาจจะไม่เคยไป หรือบางคนอาจจะไม่รู้จักเลย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน) อยู่ในจังหวัดนครพนม นั้นก็คือ “พระธาตุพนม” พระธาตุพนมนั้นถือได้ว่าเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองนครพนมเลยก็ว่าได้ (ถ้าไม่ใช่ก็อย่าว่ากันนะครับ ตามความคิดผม ผมว่าใช่อะ) พระธาตุพนมนั้นถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว แต่ที่ผมชอบและรู้จักพระธาตุพนมนั้น รู้จักจากละครเรื่องเพลงรักริมฝั่งโขง ซึ่งได้นำพระธาตุพนมเข้ามาประกอบเนื้อเรื่อง พระเอก นางเอก ได้มาบนบานไว้ ขอให้พระธาตุพนมเป็นพยานความรักในครั้งนี้ ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมาพระธาตุพนมก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผมอยากจะไปมากมายเลยทีเดียว ^^
พระธาตุพนม ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุพนมวรวิหาร ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 10 เมตรเศษ สูงประมาณ 50 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม สถานที่ประดิษฐานองค์พระธาตุ อยู่บนภูกำพร้า หรือดอยกำพร้า ภาษาบาลีว่า กปณบรรพตหรือ กปณคีรี ริมฝั่งแม่น้ำขลนที อันเป็นเขตแขวงนครศรีโคตบูรโบราณ ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้น เอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร”
ตามตำนานพระธาตุพนม ในอุรังคนิทานกล่าวว่า สมัยหนึ่งในปัจฉิมโพธิกาล พระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระอานนท์ ได้เสด็จมาทางทิศตะวันออก โดยทางอากาศ ได้มาลงที่ดอนกอนเนา แล้วเสด็จไปหนองคันแทเสื้อน้ำ (เวียงจันทน์) ได้พยากรณ์ไว้ว่า ในอนาคตจะเกิดบ้านเมืองใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา จากนั้นได้เสด็จไปตามลำดับ ได้ทรงประทานรอยพระพุทธบาทไว้ที่ โพนฉัน (พระบาทโพนฉัน) อยู่ตรงข้ามอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย แล้วเสด็จมาที่ พระบาทเวินปลา ซึ่งอยู่เหนือเมืองนครพนมปัจจุบัน ได้ทรงพยากรณ์ที่ตั้งเมืองมรุกขนคร (นครพนม) และได้ประทับพักแรมที่ภูกำพร้าหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นเสด็จข้ามแม่น้ำโขง ไปบิณฑบาตที่เมืองศรีโคตบูร พักอยู่ที่ร่มต้นรังต้นหนึ่ง (พระธาตุอิงฮังเมืองสุวรรณเขต) แล้วกลับมาทำภัตกิจ (ฉันอาหาร) ที่ภูกำพร้าโดยทางอากาศ
พญาอินทร์ได้เสด็จมาเฝ้าและทูลถามพระพุทธองค์ ถึงเหตุที่มาประทับที่ภูกำพร้า พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า เป็นประเพณีของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ในภัททกัลป์ที่นิพพานไปแล้ว บรรดาสาวกจะนำพระบรมสารีริกธาตุ มาบรรจุไว้ที่ภูกำพร้า พระพุทธองค์เมื่อนิพพานแล้ว พระมหากัสสปะ ผู้เป็นสาวก ก็จะนำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ ณ ที่นี้เช่นกัน จากนั้นพระพุทธองค์ก็ได้ทรงปรารภถึงเมืองศรีโคตบูร และมรุกขนคร แล้วเสด็จไปหนองหารหลวง ได้ทรงเทศนาโปรดพญาสุวรรณพิงคาระ และพระเทวี ประทานรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ที่นั้น แล้วเสด็จกลับพระเชตวัน หลังจากนั้นก็เสด็จปรินิพพานที่เมืองกุสินารา
เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว มัลลกษัตริย์ทั้งหลายได้ถวายพระเพลิงพระสรีระ แต่ไม่สำเร็จ จนเมื่อพระมหากัสสปะมาถึงได้อธิษฐานว่า พระธาตุองค์ใดที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่ภูกำพร้า ขอพระธาตุองค์นั้นเสด็จมาอยู่บนฝ่ามือ ดังนี้แล้ว พระอุรังคธาตุ ก็เสด็จมาอยู่บนฝ่ามือขวาของพระมหากัสสปะ ขณะนั้นไฟธาตุก็ลุกขึ้นโชติช่วง เผาพระสรีระได้เองเป็นอัศจรรย์ เมื่อถวายพระเพลิงและแจกพระบรมสารีริกธาตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ มาทางอากาศ แล้วมาลงที่ดอยแท่น (ภูเพ็กในปัจจุบัน) จากนั้นได้ไปบิณฑบาตที่เมืองหนองหารหลวง เพื่อบอกกล่าวแก่พญาสุวรรณพิงคาระ ตำนานตอนนี้ตรงกับตำนานพระธาตุเชิงชุม และพระธาตุนารายณ์เจงเวง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่แล้ว
เมื่อพญาทั้ง 5 ซึ่งอยู่ ณ เมืองต่าง ๆ อันได้แก่ พญานันทเสน แห่งเมืองศรีโคตบูร พญาจุลณีพรหมทัต พญาอินทปัตถนคร พญาคำแดง แห่งเมืองหนองหารน้อย และพญาสุวรรณพิงคาระ แห่งเมืองหนองหารหลวง ได้พากันปั้นดินดิบก่อแล้วเผาไฟ ตามคำแนะนำของพระมหากัสสปะ แบบพิมพ์ดินกว้างยาวเท่ากับฝ่ามือพระมหากัสสปะ
ครั้นปั้นดินเสร็จแล้วก็พากันขุดหลุมกว้าง 2 วา ลึก 2 ศอก เท่ากันทั้ง 4 ด้าน เมื่อก่อดินขึ้นเป็นรูปเตา 4 เหลี่ยม สูง 1 วา โดยพญาทั้ง 4 แล้ว พญาสุวรรณภิงคาระก็ได้ก่อส่วนบน โดยรวมยอดเข้าเป็นรูปฝาปารมีสูง 1 วา รวมความสูงทั้งสิ้น 2 วา แล้วทำประตูเตาไฟทั้ง 4 ด้าน เอาไม้จวง จันทน์ กฤษณา กระลำพัก คันธรส ชมพู นิโครธ และไม้รัง มาเป็นพื้น ทำการเผาอยู่ 3 วัน 3 คืน เมื่อสุกแล้วจึงเอาหินหมากคอยกลางโคก มาถมหลุม เมื่อสร้างอุโมงค์ดังกล่าวเสร็จแล้ว พญาทั้ง 5 ก็ได้บริจาคของมีค่าบรรจุไว้ในอุโมงค์เป็นพุทธบูชา
จากนั้น พระมหากัสสปะ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ เข้าบรรจุภายในที่อันสมควร แล้วให้ปิดประตูอุโมงค์ไว้ทั้ง 4 ด้าน โดยสร้างประตูด้วยไม้ประดู่ ใส่ดาลปิดไว้ทั้ง 4 ด้าน แล้วให้คนไปนำเอาเสาศิลาจากเมืองกุสินารา 1 ต้น มาฝังไว้ที่มุมเหนือตะวันออก แปลงรูปอัศมุขี (ยักษิณีหน้าเป็นม้า) ไว้โคนต้นเพื่อเป็นหลักชัยมงคลแก่บ้านเมืองในชมพูทวีป นำเอาเสาศิลาจากเมืองพาราณสี 1 ต้น ฝังไว้มุมใต้ตะวันออก แปลงรูปอัศมุขีไว้โคนต้น เพื่อหมายมงคลแก่โลก นำเอาเสาศิลาจากเมืองตักศิลา 1 ต้น ฝังไว้มุมเหนือตะวันตก พญาสุวรรณพิงคาระให้สร้างรูปม้าอาชาไนยไว้ตัวหนึ่ง หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อแสดงว่าพระบรมธาตุเสด็จออกมาทางทิศทางนั้น และพระพุทธศาสนาจักเจริญรุ่งเรืองจากเหนือเจือมาใต้ พระมหากัสสปะให้สร้างม้าพลาหกไว้ตัวหนึ่ง คู่กัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อเป็นปริศนาว่า พญาศรีโคตบูรจักได้สถาปนาพระอุรังคธาตุไว้ตราบเท่า 5,000 พระวัสสา เกิดทางใต้และขึ้นไปทางเหนือ เสาอินทขีล ศิลาทั้ง 4 ต้น ยังปรากฏอยู่ 2 ต้น ทางทิศตะวันออก ส่วนอีก 2 ต้น ได้ก่อหอระฆังหุ้มไว้ ส่วนม้าศิลาทั้ง 2 ตัว ก็ยังปรากฏอยู่ถึงปัจจุบัน
พระธาตุพนม ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตามลำดับ การบูรณะครั้งแรกและครั้งที่สอง ไม่ได้บันทึกปีที่บูรณะไว้ การบูรณะครั้งที่สามเมื่อปี พ.ศ. 2157 ครั้งที่สี่เมื่อปี พ.ศ. 2233 ครั้งที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2349 ครั้งที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2444 เป็นการบูรณะครั้งใหญ่ และต่อจากนั้นมาก็มีการบูรณะทั่วไป เช่น บริเวณโดยรอบพระธาตุ
ได้มีพิธียกฉัตรทองคำขึ้นประดิษฐานไว้ที่ยอดองค์พระธาตุ และนำฉัตรเก่ามาเก็บไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2497 มีพุทธศาสนิกชนจากดินแดนสองริมฝั่งโขงทั้ง ไทยและลาว หลั่งไหลมาร่วมมงคลสันนิบาต และนมัสการองค์พระธาตุเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือน
เมื่อปี พ.ศ. 2518 องค์พระธาตุพนมชำรุดล้มลง ทางราชการได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นใหม่ ให้คงสภาพเดิม ภายในปีเดียวกัน และได้ยืนยงคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
งานนมัสการพระธาตุพนมประจำปี เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3
คำนมัสการพระธาตุพนมมีดังนี้
“กปณคิริสฺมิ ปพฺพเต มหากสฺสเปน ฐาปิตํ พุทฺธอุรงฺคธาตุ สิรสา นมามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระบรมอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระมหากัสสปเถระเจ้า นำมาฐาปนาไว้ ณ ภูกำพร้า ด้วยเศียรเกล้า”
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.panyathai.or.th –> พระธาตุพนม ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวทางภาคอีสานแล้วละก็ ผมก็แนะนำให้ไปที่พระธาตุพนม จังหวัดนครพนมดูนะครับ อาจจะได้มุมมองที่แปลกใหม่ไปอีกแบบนะครับ 🙂

Heroes of Newerth เกมดี ๆ ที่ต้องเล่น

4 ก.พ.

  สวัสดีครับ ! วันนี้ผมจะมาแนะนำเกม เกมหนึ่งนะครับ ชื่อเกมว่า “Heroes of Newerth(HON)” เป็นเกมแนวเดียวกับDotaนะครับ คล้าย ๆ Dota เลยก็ว่าได้ HON เป็นเกมที่พึ่งสร้างได้ไม่นานนะครับ แต่ดีกว่า Dota ตรงที่ว่ามีภาพที่สวยงามกว่า ตัวละครดูดีกว่า แต่มันก็มีข้อเสียตรงที่ว่าต้องซื้อ ID ในการเล่น ส่วนDotaนั้นไม่ต้องซื้อ ID ในการเล่น HON ไม่ได้เป็นเกมแค่มีในประเทศไทย แต่เป็นเกมที่รวมทั้งทั่วโลกเลย สามารถเล่นกับคนต่างประเทศได้ (ถ้าคนเก่งภาษาอังกฤษก็จะสบายหน่อย เพราะส่วนมากจะมีแต่คนต่างประเทศและมีคนไทยอยู่ครึ่งหนึ่งครับ) เกมนี้สามารถใช้ไมค์พูดสื่อสารกันได้ด้วยและยังสามารถพิมพ์ได้อีก แต่Dotaนั้นพิมพ์ได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งระบบเกมของHONนั้นดีกว่าDotaและน่าใจสนกว่าด้วย ถือได้ว่าเป็นเกมคู่แข่งของDotaเลยก็ว่าได้ แต่คนไทยไม่ค่อยนิยมเพราะต้องเสียเงินในการซื้อ ID (ใคร ๆ เขาก็ชอบของฟรีทั้งนั้นละเนอะ) ซึ่งผมก็ไม่ได้ซื้อ ID หรอกครับ ยืม ๆ พี่ที่ร้านเขาเล่นเอา เพราะว่าไม่อยากเสียเงินไปกับแค่เกม ตัวละครในเกมHONนั้นก็คล้าย ๆ กับDotaละครับ มี 3 สาย คือ 1. Agi เป็นสายที่โหดที่สุดในเกมก็ว่าได้ (ถ้าเล่นจนจบเกม) เป็นHeroที่โหดตอนช่วงท้าย ๆ ของเกม เนื่องจากHeroสายนี้ต้องการItemที่มากกว่าสายอื่น แต่ช่วงต้นเกมนั้นจะเปราะมาก พลังป้องกัน+กับเลือดน้อยพอ ๆ กับสาย Int อาจจะเป็นเป้าของฝ่ายตรงข้ามเลย ถ้าโหดขึ้นมาละก็อะไรก็หยุดไม่อยู่ 2. Int เป็นHeroที่คอยช่วยเหลือสายอื่น ๆ เลยก็ว่าได้ แต่จะมีเพียงบางตัวเท่านั้นที่เน้นการไล่ฆ่า แต่ส่วนมากจะเน้นคอยช่วยเหลือสายอื่น ถ้าขาดสายนี้ไปก็จะลำบากต่อทีม 3. Str เป็นสายที่อึดที่สุดในเกม เป็นแนวการต่อสู้ที่คอยอยู่แนวหน้าบุกตะลุยให้เพื่อน ง่าย ๆ ก็คือตัวชนละครับ สายนี้จะมีบางตัวที่คอยช่วยเหลือ แต่ส่วนมากจะเน้นไล่ฆ่า สายนี้เป็นสายที่คอยช่วยเหลือสาย Agi เป็นอย่างดี ซึ่งในเกมHONนั้นมีการสร้างตัวละครที่ดูดีและก็เท่มาก แถมระบบในการเล่น การซื้อของยังง่ายกว่า Dota อีก ถ้าใครสนใจหรือชอบแนวเกมแบบเดียวกับ Dota แล้วละก็จะยอมลงทุนซื้อ ID มาลองเล่นดูก็ได้นะครับ ^^ รับประกันความสนุกเลยทีเดียว 🙂 (ก่อนจากกันก็ขอบอกอะไรไว้อย่างนะครับ ตอนนี้มีHON Offline ที่ใช้เล่น LAN กันในร้านนะครับ ลองไปหาโหลดดูก็ได้นะครับ จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินเล่นของจริง ^^) ผมยังมีภาพของเกมมาฝากนะครับ

เทศกาลตรุษจีน

3 ก.พ.

  ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ สุขสันต์วันตรุษจีนจ้า ! สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำเทศกาล ๆ หนึ่งนะครับ ซึ่งเทศกาลนี้เป็นของชาวจีนโดยเฉพาะเลยนะครับ นั่นก็คือ “เทศกาลตรุษจีน” ซึ่งที่ผมเกริ่นนำมานะครับ เป็นคำอวยพรของชาวจีนนะครับ ถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็แปลได้ว่า ปีใหม่ขอให้ทุกอย่าง สมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย (ถ้าแปลไม่ถูกก็บอกกันด้วยนะครับ >,<“) เทศกาลตรุษจีนง่าย ๆ เลยคือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ของสากลก็จะเป็นวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี แต่ของชาวจีนอาจจะมีวันเฉพาะ(มั้ง)ครับ วันตรุษจีน จะเป็นวันที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ เชื้อสายจีนในไทย เพราะจะได้แตะเอีย หรือ อั่งเปา ซึ่งนั่นก็คือการนำเงินมาใส่ซองสีชมพู แล้วมอบให้แก่ลูกหลาน
ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
-วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ (ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว
 -ตอนเช้ามืดจะไหว้ “ป้ายเล่าเอี๊ย” เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ ซำเช้ง) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
 -ตอนสาย จะไหว้ “ป้ายแป๋บ้อ” คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เ
กินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว
 -ตอนบ่าย จะไหว้ “ป้ายฮ่อเฮียตี๋” เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล
-วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่ง (ชิวอิก) ของเดือนที่หนึ่งของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ “ป้ายเจีย” เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาแต้จิ๋วว่า “กิก” หรือ ภาษาฮกเกี้ยน “ก้าม” ซึ่งไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.wikipedia.com –> Search เทศกาลตรุษจีน ในวันปีใหม่ของชาวจีนนี้ ผมก็ขออวยพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุข ความร่ำรวย ความเจริญเข้ามาในชีวิตทุกท่านเลยนะครับ สุขสันต์วันตรุษจีนครับ 🙂

วนอุทยานแพะเมืองผี

2 ก.พ.

  สวัสดีครับ ! คำทักทายแบบไทย ๆ (ถ้ายกมือไหว้ได้ ไหว้ไปละครับ ^^) วันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เอาไว้ไปพักผ่อนหย่อนใจกันนะครับ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่นะครับ แต่สถานที่ท่องเที่ยวนี้อาจจะชื่อแปลก+น่ากลัวหน่อยนะครับ เพราะชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวนี้มีคำว่า “ผี” รวมอยู่ด้วย สถานที่ท่องเที่ยวนี้คือ “วนอุทยานแห่งชาติแพะเมืองผี” มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ๆ และในอีกมุมหนึ่งก็อาจจะทำให้ดูเหนื่อยสักเล็กน้อย เพราะสภาพพื้นที่นั้นคล้าย ๆ กับในทะเลทรายเลยก็ว่าได้ แต่ก็คงร้อนไม่มากหรอกครับ เพราะยังมีร่มเงาของต้นไม้อยู่ด้วย รายละเอียดผมก็ไม่ค่อยรู้มากนักหรอกนะครับ แต่ผมก็ไปเสาะแสวงหาข้อมูลมาฝากอีกเช่นเคยครับ 🙂

• วนอุทยานแพะเมืองผี อยู่ในท้องที่ตำบลแม่หล่าย ตำบลน้ำชำ ตำบลทุ่งทุ่งโฮ่ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2524
ลักษณะภูมิประเทศ
• วนอุทยานแพะเมืองผีมีสภาพเป็นป่าบนที่ราบลอนคลื่นบริเวณรอบนอกมีความลาดเทของพื้นที่น้อย สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200-210 เมตร
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
• ป่าไม้เป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยางเหียง พะยอม งิ้ว เปล้า สะแก ไผ่ไร่ และป่าที่ปลูกเพิ่มเติม ได้แก่ กระถินณรงค์ กัลปพฤกษ์ หางนกยูง
• สัตว์ป่าที่พบได้แก่ งู กิ้งก่า แย้ กระต่ายป่า และนกชนิดต่าง ๆ
บ้านพัก-บริการ
• วนอุทยานแพะเมืองผี ไม่มีที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเองแล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานแพะเมืองผีโดยตรง หรือสำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โทร. 0-5351-1162 begin_of_the_skype_highlighting              0-5351-1162      end_of_the_skype_highlighting หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ 10900 โทร.0-2561-4292-3 ต่อ 719 ในวันและเวลาราชการ
แหล่งท่องเที่ยว
• แพะเมืองผี เป็นพื้นที่เนินเขาซึ่งสูงกว่าส่วนอื่น เกิดจากการพังทลายโดยการกัดเซาะตามธรรมชาติ โดยกระแสน้ำเป็นเวลานาน ทำให้พื้นที่บางส่วนเป็นที่สูงต่ำสลับกันไป หน้าผาและเสาดินมีรูปทรงแตกต่างกัน ก่อให้เกิดความสวยงามมากยิ่งขึ้น
การเดินทาง
• รถยนต์ เดินทางจากจังหวัดแพร่ ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ระหว่างจังหวัดแพร่-จังหวัดน่าน ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ไปประมาณ 7 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปวนอุทยานแพะเมืองผีอีก 3 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอด ถ้าหากไม่มีรถไปเองก็ติดต่อว่าจ้างเหมาะรถโดยสารจากสถานีบ.ข.ส.จังหวัดแพร่ หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้างก็ได้ รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
สถานที่ติดต่อ  วนอุทยานแพะเมืองผี
• สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) ต.น้ำชำ อ.เมือง จ.แพร่
แพะเมืองผี : ผืนดินแห่งตำนาน
• แพะเมืองผี ตั้งอยู่ระหว่างตำบลทุ่งโฮ้ง และตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ห่างจากตัวเมืองราว 15 กิโลเมตร บนเส้นทางสายแพร่ – ร้องกวาง แยกตรงกิโลเมตรที่ 9 เข้าไปอีก 6 กิโลเมตร โดยสถานที่ตั้งของแพเมืองผีมีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่าน ในสมัยโบราณเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านตำบลทุ่งโฮ้ง และใกล้เคียงให้ความนับถือมาก เพราะมีประวัติความเป็นมาที่ลึกลับโดยคนโบราณเล่าสืบต่อกันมาว่า มียายแก่เข้าไปเที่ยวในป่าหาผักหน่อไม้มาเป็นอาหาร ได้หลงไปในที่แห่งนี้แล้วพบหลุมเงินหลุมทองจึงเอาเงินเอาทองใส่หาบจนเต็มแล้วยกใส่บ่าเพื่อจะหาบกลับบ้านแต่ก็หลงไปหลงมาในป่าแห่งนั้น เพราะเทวดาเจ้าถิ่นนั้นไม่ให้เอาไป เพียงแต่เอามาอวดให้เห็น ยายผู้นั้นจึงหาหนทางเอาหาบนั้นกลับบ้านไม่ได้ จึงได้วางหาบนั้นไว้แล้วจัดแจงตัดไม้มาคาดทำเป็นราว แต่ก็ยังไม่สามารถนำหาบเงินหาบทองนั้นออกมาได้สักที ยิ่งยกเท้าไปข้างหน้าก็ยิ่งเหมือนยกถอยหลังไปอีกเหมือนหนึ่งว่ามีคนดึงหาบนั้นไว้ ยายแก่จึงวางหาบไว้ที่นั่นแล้วรีบไปบอกชาวบ้านให้มาดูหาบเงินหาบทองนั้น พอชาวบ้านหลั่งไหลไปเป็นจำนวนมาก ครั้นเมื่อไปถึงเงินทองนั้นกลับหายไปตามป่านั้น เมื่อพบรอยเท้าจึงสะกดจามรอยเท้าไปจนถึงเสาเมโร และไม่มีรอยปรากฏไปทางอื่นเลย ยายแก่กับชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อสถานที่นี้ว่า “แพะเมืองผี”
• แพะ หมายถึง ป่าละเมาะ
• เมืองผี หมายถึง ความเงียบเหงาเหมือนเมืองผี
• เสาเมโร หมายถึง เสารูปเหมือนปราสาทศพผู้ตายทางภาคเหนือ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oceansmile.com/N/Phae/VanaPheamerpee.htm ถ้าใครเหนื่อยจากการทำงานหรือสิ่งต่าง ๆ ในเมืองกรุง ก็ลองไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดตามสไตล์ที่ตนเองชอบดูนะครับ อาจจะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ และอาจจะเกิดปิ๊ง idea ดี ๆ ก็เป็นได้นะครับ ^^

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน

1 ก.พ.

  ในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก ทั้งทางด้านการงาน การเรียน ฯลฯ แต่ถ้าเราเหนื่อยล้าจากการทำงานแล้วละก็ ก็ควรจะพักผ่อนเสียบ้าง อย่าฝืนร่างกายมากนัก เดี๋ยวจะป่วยเอาได้ แต่ถ้าพักที่บ้านแล้วยังไม่หายเหนื่อยแล้วละก็ ลองไปหาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้วไปเที่ยวกันไหมละครับ ? สวัสดีครับ ! วันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งนะครับ ซึ่งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติด 1 ใน 5 ของจังหวัดฉะเชิงเทราครับ นั่นก็คือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน” เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้สัตว์บางชนิด บางสายพันธุ์ หาดู หาชมได้ยากมากแล้ว เนื่องจากมนุษย์เราได้ลุกล้ำดินแดนของสัตว์ป่า ทำให้มีจำนวนสัตว์ป่าน้อยลง ถ้าเรามีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างนี้เยอะ ๆ แล้วละก็ ไม่แน่นะ ในอนาคตโลกของเราก็จะมีแต่สีเขียว มีความอุดมสมบูรณ์ก็เป็นได้นะครับ ^^ ซึ่งผมนั้นไม่รู้ข้อมูลมากนักหรอกนะครับ แต่ก็ได้หาจากแหล่งต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลมาฝากแล้วนะครับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เป็น พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ 643,750 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ป่าผืนใหญ่รอยต่อ 5 จังหวัด คือฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และปราจีนบุรี เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทราคลองโตนด จังหวัดจันทบุรี และแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง  สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชันไม่มากนัก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 30-150 เมตร ประกอบด้วยพื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้างใหญ่ มีสัตว์ป่านานาชนิด และนกพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่มากมายและเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยสัตว์ป่าแห่งแรกของภาคตะวันออก และเป้นแหล่งที่สองของประเทศไทย รองจากสถานีวิจัยสัตว์ป่านางรำที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี  บริเวณหุบเขาร่มรื่นและเย็น นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤๅไนหรือน้ำตกบ่อทอง เกิดจากคลองหมากบนเขาอ่างฤๅไน อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าประมาณ 2 กิโลเมตร  การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทาง ฉะเชิงเทรา – พนมสารคาม จากอำเภอพนมสารคามใช้เส้นทางหมายเลข 3245(พนมสารคาม-สนามชัยเขต) จากนั้นไปตามเส้นทางหมายเลข 3259 ผ่านอำเภอท่าตะเกียบ สู่บ้านหนองคอก ระยะทาง 50 กิโลเมตร  ต่อด้วยเส้นทางสู่อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว อีกประมาณ 20 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน และสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน  การเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควรปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะต้องทำจดหมายขอ อนุญาตล่งหน้าอย่างน้อย 15 วัน เรียนผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอขอบคุณผู้ที่ให้ข้อมูล http://www.chachoengsao.go.th –> ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา –> สถานที่แนะนำ 5 อันดับ ผมนั้นชื่นชอบการท่องเที่ยวมาก ๆ เลยครับ แต่ก็ไม่ได้ไปสักที ผมก็ฝันไว้ว่า ถ้าโตขึ้นแล้วมีเวลาหยุดพักจากการทำงานแล้วละก็ จะเที่ยวให้ทั่วไทยเลยละครับ 🙂 ถ้าใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเหมือนผมแล้วละก็ อย่าลืมลองไปเที่ยวที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนที่ผมแนะนำนะครับ ถ้าไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง นำมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ ^^

หัตถ์เทวดา เทรุ

31 ม.ค.

  หมอ หรือ แพทย์ คือคนที่อุทิตตนเพื่อรักษาผู้คนที่ป่วยเป็นโรคร้าย หมอเป็นเหมือนพระเจ้าเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถช่วยชีวิตใครหลาย ๆ คนที่กำลังจะหมดกำลังใจ หมดหนทางในการดำเนินชีวิต แต่ในระหว่างนี้ละ หมอก็จะคอยดูแลคนไข้ของเขา หมอจะดูแลคนไข้เป็นอย่างดี จนกว่าจะหายจากโรคภัย แต่ถ้าคนไข้ที่เขารักษาเกิดเสียชีวิตขึ้นมา หมอก็คงเสียใจด้วยเช่นกัน ที่ไม่สามารถรักษาคนไข้ได้ แต่ในบางครั้งก็อาจจะไม่แสดงออกมาให้เห็นโดยตรง ! สวัสดีจ้า วันนี้ผมจะมานำเสนอการ์ตูนเรื่องหนึ่งนะครับ ชื่อเรื่องว่า “หัตถ์เทวดา เทรุ” เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับหมอและแพทย์ ที่คอยรักษาผู้คนโดยที่ไม่ย่อท้อ ซึ่งที่ผมเกริ่นนำมานั้นก็เกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้เช่นกัน การ์ตูนเรื่องนี้จะสามารถเสริมสร้างความรู้และทักษะทางการแพทย์ได้บางส่วน เพราะว่าการ์ตูนอาจจะเกินจริงไปบ้าง ผมชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษกว่าเรื่องอื่น ๆ เลย เพราะว่าความฝันของผมนั้นอยากจะเป็นหมอ ที่คอยรักษาผู้คนให้หายจากโรคภัยและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลเรื่องโรคภัย แถมในเรื่องนั้น หมอที่เป็นพระเอกนั้น สามารถรักษาคนไข้ได้ทุกคน โดยที่ไม่เคยรักษาคนไข้พลาด ไม่เคยมีคนไข้คนใดตายเลย เพราะว่าเขามีความสามารถที่ได้รับสืบทอดจากพ่อของเขา ซึ่งพ่อของเขาเป็น God Hand นั้นก็คือหมอที่สามารถรักษาได้ทุกโรค ซึ่งพระเอกนั้นก็มีความสามารถนั้นอยู่ในตัวด้วยเช่นกัน และผมก็อยากจะเป็นแบบในการ์ตูนบ้าง ถ้าสามารถทำได้นะครับ ^^ ไม่อยากให้คนไข้ที่ตนเองรักษาต้องตายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่การเป็นหมอนั้นก็ไม่ได้สามารถเป็นกันง่าย ๆ ต้องเรียน ต้องศึกษากว่าจะเชี่ยวชาญ และถ้ารักษาพลาดแล้วละก็อาจจะโดนฟ้องร้องได้ แต่ผมก็อยากเลือกที่จะเป็นหมอ เพราะผมชอบช่วยเหลือผู้คน และถ้าคนในครอบครัวของผมเกิดป่วย ไม่สบาย ผมก็สามารถรู้และรักษาได้ทัน ซึ่งผมมีความฝันในการช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว อยากจะที่ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ด้วย ด้วยการรักษาท่านยามเจ็บป่วย โดยที่ท่านไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว เป็นหนทางตอบแทนพระคุณที่ดีอีกอย่างหนึ่ง แต่ผมก็คงตอบแทนได้ไม่หมด จะตอบแทนเท่าที่ทำได้ และทำให้ดีที่สุด อย่าลืมละครับ อนาคตของผม “ดร.ธนดล ธาดาเศรษฐ์” 555′ ไม่ได้หลงตัวเองนะครับ แต่จะพยายามให้สุดความสามารถและจะเป็นหมอให้ได้ 🙂

มังกรอหังการ

30 ม.ค.

  สวัสดีครับ ! วันนี้ผมจะมาแนะนำการ์ตูนเรื่องหนึ่งนะครับ ชื่อเรื่องว่า “มังกรอหังการ” เป็นการ์ตูนแนวต่อสู้+ผจญภัยครับ การ์ตูนเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องสามก๊กโดยเฉพาะเลยครับ สำหรับคนที่อ่านสามก๊กจนจบเรื่องแล้วนะครับ ถ้ามาดูการ์ตูนเรื่องนี้อาจจะได้ความแปลกใหม่ในสามก๊กกับแบบฉบับใหม่ เป็นการผจญภัยของบุตรและธิดาของมังกร ที่อาศัยอยู่ในยุคปัจจุบันแต่ดันถูกมังกรพาตัวไปสู่ยุคของสงครามสามก๊ก และเกิดการผจญภัยต่าง ๆ นานา มากมาย มีทั้งทุกข์และสุข ใครที่ชอบการ์ตูนแบบสามก๊กแล้วละก็ ต้องชอบการ์ตูนเรื่องนี้แน่นอน และอีกอย่างหนึ่งเนื้อเรื่องของมันก็ยาวพอ ๆ กับสามก๊กของจริงเลย แต่อาจจะมีบางช่วงบางตอนที่ถูกตัดออกไปบ้าง ไม่ละเอียดเท่ากับสามก๊ก แต่ความมันส์ความสนุก สามารถสู้กับสามก๊กได้แบบสบาย ๆ เลย เป็นการ์ตูนในเครือเดียวกับพวกสำนักพยัคฆ์มังกรและพวกต่อสู้แนวจีนทั้งหลาย เครือข่ายนี้ชอบสร้างการ์ตูนแนวต่อสู้+ผจญภัยมากมาย และเรื่องมังกรอหังการก็เป็นหนึ่งในนั้น ใครที่ชอบการ์ตูนแนวสามก๊กแล้วละก็ อย่าลืมหาการ์ตูนเรื่องนี้มาอ่านดูนะครับ รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ 🙂

เจ้าชายIQแขม่ว

29 ม.ค.

  IQ คือ เป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก ส่วน EQ คือ ถึงแม้จะเป็นศักยภาพทางสมองเหมือนกันแต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ! สวัสดีจ้า วันนี้ผมจะมาแนะนำการ์ตูนเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า “เจ้าชายIQแขม่ว” ซึ่งที่ผมเกริ่นนำมานั้นละก็เกี่ยวข้องกับการ์ตูนเรื่องนี้เช่นกัน การ์ตูนเรื่องนี้จะออกแนวตลก คล้าย ๆ กับโอซาว่าฮายกครัว ซึ่งความตลก ความฮา ความสนุกสนานนั้นก็พอ ๆ กับโอซาว่าฮายกครัวเลย ผมชอบการ์ตูนแนวนี้เพราะว่าอ่านแล้วสนุกสนาน อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่เบื่อ และในบางทีเราอาจจะคาดเดามุขบางมุขออก แต่บางมุขอาจจะคาดเดาไม่ออก ถึงคาดเดาถูกก็ยังตลกอยู่ดี เพราะเนื้อเรื่องนี้เขาสร้างมาดีจริง ๆ ดูแค่รูปหน้าปกก็น่าจะรู้แล้วว่าตลกขนาดไหน ในตอนแรกผมก็ไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้หรอกครับ เพื่อนก็มาแนะนำอีกเช่นเคย เพื่อนผมบอกว่าการ์ตูนเรื่องนี้คล้าย ๆ โอซาว่า ฮาเหมือน ๆ กัน ผมก็เลยลองอ่าน อ่านแล้วก็ติดใจเลย ก็เลยอ่านมาเรื่อย ๆ ครับ รับรองว่าฮาแน่นอนครับ ^^ ถ้าใครสนใจการ์ตูนแนวนี้แล้วละก็ อย่าลืมลองหามาอ่านกันดูนะครับ 🙂